น้ำอัดลม vs ส้มตำ อะไรแคลน้อยกว่ากัน?

น้ำอัดลม
ต่อ 1 กระป๋อง (330ml)

ส้มตำ
ต่อ 1 จาน (200g)
สรุป
สรุปสั้นๆ: ถ้าเป้าหมายคือคุมแคลอรี่ น้ำอัดลม มักเป็นตัวเลือกที่เบากว่าและจัดการพลังงานต่อมื้อได้ง่ายกว่า
น้ำอัดลมเหมาะกว่าสำหรับการคุมแคลอรี่ เพราะพลังงานต่อเสิร์ฟต่ำกว่า ส้มตำ อย่างเห็นได้ชัด
วิธีตัดสินใจแบบเร็ว
น้ำอัดลมเหมาะกว่าถ้าคุณให้ความสำคัญกับค่าที่เด่นของฝั่งนี้ เช่น แคลอรี่ต่ำกว่า
ส้มตำน่าสนใจกว่าถ้าคุณชอบรสชาติ ความอิ่ม หรือสัดส่วนสารอาหารของฝั่งนี้มากกว่า
หน้าที่เกี่ยวข้อง
เปรียบเทียบโภชนาการ
| น้ำอัดลม 1 กระป๋อง (330ml) | ส้มตำ 1 จาน (200g) | |
|---|---|---|
| แคลอรี่ | 140 ✓ | 150 |
| โปรตีน | 0g | 5g ✓ |
| คาร์บ | 35g | 25g ✓ |
| ไขมัน | 0g ✓ | 4g |
รายละเอียด
น้ำอัดลมให้พลังงานประมาณ 140 แคลอรี่ต่อ 1 กระป๋อง (330ml) พร้อมโปรตีน 0 กรัม คาร์บ 35 กรัม และไขมัน 0 กรัม ส่วน ส้มตำให้ประมาณ 150 แคลอรี่ต่อ 1 จาน (200g) พร้อมโปรตีน 5 กรัม คาร์บ 25 กรัม และไขมัน 4 กรัม น้ำอัดลมนำอยู่ในมุมแคลอรี่ต่างกันประมาณ 10 แคลอรี่ ซึ่งถือว่ามีนัยสำคัญพอสมควรสำหรับคนที่ต้องการคุมพลังงานต่อวัน อีกจุดที่ควรดูคือโปรตีน เพราะสองเมนูนี้ต่างกันประมาณ 5 กรัม ถ้าคุณอยากอิ่มนานหรืออยากเน้นรักษามวลกล้ามเนื้อ ค่านี้มีผลต่อการตัดสินใจพอสมควร ด้านคาร์บต่างกันประมาณ 10 กรัม และไขมันต่างกันประมาณ 4 กรัม ทำให้ความรู้สึกอิ่มและพลังงานรวมของมื้อมีโทนต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะถ้าคุณกินเมนูนี้บ่อยในหนึ่งสัปดาห์ แม้ทั้งสองเมนูจะไม่ได้อยู่ในหมวดเดียวกันทั้งหมด แต่ก็เป็นคู่ที่คนไทยมักนำมาเปรียบเทียบเมื่ออยากหาเมนูที่เบากว่า อิ่มกว่า หรือเหมาะกับเป้าหมายสุขภาพมากกว่า
ไม่แน่ใจเรื่องแคลอรี่?
ใช้ GinFit เปรียบเทียบอาหารจริงของคุณจากภาพหรือมื้อที่กินจริงได้ทันที
สแกนด้วย GinFitคำถามที่พบบ่อย
น้ำอัดลมกับส้มตำ อะไรแคลอรี่น้อยกว่า?
น้ำอัดลมมักแคลอรี่น้อยกว่า จึงเหมาะกว่าถ้าคุณกำลังคุมพลังงานต่อมื้อ
ถ้าลดน้ำหนักควรเลือกน้ำอัดลมหรือส้มตำ?
ให้เริ่มจากเมนูที่แคลอรี่ต่ำกว่า แล้วดูต่อว่าคุณอิ่มจากเมนูนั้นหรือไม่ เพราะการคุมแคลที่ยั่งยืนต้องอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน