คาปูชิโน่ vs ส้มตำ อะไรแคลน้อยกว่ากัน?
คาปูชิโน่
ต่อ 1 แก้ว (200ml)
ส้มตำ
ต่อ 1 จาน (200g)
สรุป
สรุปสั้นๆ: ถ้าเป้าหมายคือคุมแคลอรี่ คาปูชิโน่ มักเป็นตัวเลือกที่เบากว่าและจัดการพลังงานต่อมื้อได้ง่ายกว่า
คาปูชิโน่เหมาะกว่าสำหรับการคุมแคลอรี่ เพราะพลังงานต่อเสิร์ฟต่ำกว่า ส้มตำ อย่างเห็นได้ชัด
วิธีตัดสินใจแบบเร็ว
คาปูชิโน่เหมาะกว่าถ้าคุณให้ความสำคัญกับค่าที่เด่นของฝั่งนี้ เช่น แคลอรี่ต่ำกว่า
ส้มตำน่าสนใจกว่าถ้าคุณชอบรสชาติ ความอิ่ม หรือสัดส่วนสารอาหารของฝั่งนี้มากกว่า
เปรียบเทียบโภชนาการ
| คาปูชิโน่ 1 แก้ว (200ml) | ส้มตำ 1 จาน (200g) | |
|---|---|---|
| แคลอรี่ | 120 ✓ | 150 |
| โปรตีน | 6g ✓ | 5g |
| คาร์บ | 10g ✓ | 25g |
| ไขมัน | 5g | 4g ✓ |
รายละเอียด
คาปูชิโน่ให้พลังงานประมาณ 120 แคลอรี่ต่อ 1 แก้ว (200ml) พร้อมโปรตีน 6 กรัม คาร์บ 10 กรัม และไขมัน 5 กรัม ส่วน ส้มตำให้ประมาณ 150 แคลอรี่ต่อ 1 จาน (200g) พร้อมโปรตีน 5 กรัม คาร์บ 25 กรัม และไขมัน 4 กรัม คาปูชิโน่นำอยู่ในมุมแคลอรี่ต่างกันประมาณ 30 แคลอรี่ ซึ่งถือว่ามีนัยสำคัญพอสมควรสำหรับคนที่ต้องการคุมพลังงานต่อวัน ในด้านโปรตีน ทั้งสองเมนูไม่ได้ต่างกันมากนัก ดังนั้นแคลอรี่รวมและปริมาณไขมันจะกลายเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญกว่า ด้านคาร์บต่างกันประมาณ 15 กรัม และไขมันต่างกันประมาณ 1 กรัม ทำให้ความรู้สึกอิ่มและพลังงานรวมของมื้อมีโทนต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะถ้าคุณกินเมนูนี้บ่อยในหนึ่งสัปดาห์ แม้ทั้งสองเมนูจะไม่ได้อยู่ในหมวดเดียวกันทั้งหมด แต่ก็เป็นคู่ที่คนไทยมักนำมาเปรียบเทียบเมื่ออยากหาเมนูที่เบากว่า อิ่มกว่า หรือเหมาะกับเป้าหมายสุขภาพมากกว่า
ไม่แน่ใจเรื่องแคลอรี่?
ใช้ GinFit เปรียบเทียบอาหารจริงของคุณจากภาพหรือมื้อที่กินจริงได้ทันที
สแกนด้วย GinFitคำถามที่พบบ่อย
คาปูชิโน่กับส้มตำ อะไรแคลอรี่น้อยกว่า?
คาปูชิโน่มักแคลอรี่น้อยกว่า จึงเหมาะกว่าถ้าคุณกำลังคุมพลังงานต่อมื้อ
ถ้าลดน้ำหนักควรเลือกคาปูชิโน่หรือส้มตำ?
ให้เริ่มจากเมนูที่แคลอรี่ต่ำกว่า แล้วดูต่อว่าคุณอิ่มจากเมนูนั้นหรือไม่ เพราะการคุมแคลที่ยั่งยืนต้องอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน