ไมโล vs ต้มยำกุ้ง อะไรแคลน้อยกว่ากัน?
ไมโล
ต่อ 1 แก้ว (250ml)
ต้มยำกุ้ง
ต่อ 1 ชาม (300ml)
สรุป
สรุปสั้นๆ: ถ้าเป้าหมายคือคุมแคลอรี่ ต้มยำกุ้ง มักเป็นตัวเลือกที่เบากว่าและจัดการพลังงานต่อมื้อได้ง่ายกว่า
ต้มยำกุ้งคุ้มกว่าในมุมคนคุมแคล เพราะให้โปรตีนมากกว่าและยังควบคุมพลังงานรวมได้ง่ายกว่า
วิธีตัดสินใจแบบเร็ว
ไมโลเหมาะกว่าถ้าคุณให้ความสำคัญกับค่าที่เด่นของฝั่งนี้ เช่น สมดุลกว่า
ต้มยำกุ้งน่าสนใจกว่าถ้าคุณชอบรสชาติ ความอิ่ม หรือสัดส่วนสารอาหารของฝั่งนี้มากกว่า
เปรียบเทียบโภชนาการ
| ไมโล 1 แก้ว (250ml) | ต้มยำกุ้ง 1 ชาม (300ml) | |
|---|---|---|
| แคลอรี่ | 190 | 180 ✓ |
| โปรตีน | 5g | 20g ✓ |
| คาร์บ | 32g | 8g ✓ |
| ไขมัน | 5g ✓ | 8g |
รายละเอียด
ไมโลให้พลังงานประมาณ 190 แคลอรี่ต่อ 1 แก้ว (250ml) พร้อมโปรตีน 5 กรัม คาร์บ 32 กรัม และไขมัน 5 กรัม ส่วน ต้มยำกุ้งให้ประมาณ 180 แคลอรี่ต่อ 1 ชาม (300ml) พร้อมโปรตีน 20 กรัม คาร์บ 8 กรัม และไขมัน 8 กรัม ต้มยำกุ้งนำอยู่ในมุมแคลอรี่ต่างกันประมาณ 10 แคลอรี่ ซึ่งถือว่ามีนัยสำคัญพอสมควรสำหรับคนที่ต้องการคุมพลังงานต่อวัน อีกจุดที่ควรดูคือโปรตีน เพราะสองเมนูนี้ต่างกันประมาณ 15 กรัม ถ้าคุณอยากอิ่มนานหรืออยากเน้นรักษามวลกล้ามเนื้อ ค่านี้มีผลต่อการตัดสินใจพอสมควร ด้านคาร์บต่างกันประมาณ 24 กรัม และไขมันต่างกันประมาณ 3 กรัม ทำให้ความรู้สึกอิ่มและพลังงานรวมของมื้อมีโทนต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะถ้าคุณกินเมนูนี้บ่อยในหนึ่งสัปดาห์ แม้ทั้งสองเมนูจะไม่ได้อยู่ในหมวดเดียวกันทั้งหมด แต่ก็เป็นคู่ที่คนไทยมักนำมาเปรียบเทียบเมื่ออยากหาเมนูที่เบากว่า อิ่มกว่า หรือเหมาะกับเป้าหมายสุขภาพมากกว่า
ไม่แน่ใจเรื่องแคลอรี่?
ใช้ GinFit เปรียบเทียบอาหารจริงของคุณจากภาพหรือมื้อที่กินจริงได้ทันที
สแกนด้วย GinFitคำถามที่พบบ่อย
ไมโลกับต้มยำกุ้ง อะไรแคลอรี่น้อยกว่า?
ต้มยำกุ้งมักแคลอรี่น้อยกว่า จึงเหมาะกว่าถ้าคุณกำลังคุมพลังงานต่อมื้อ
ถ้าลดน้ำหนักควรเลือกไมโลหรือต้มยำกุ้ง?
ให้เริ่มจากเมนูที่แคลอรี่ต่ำกว่า แล้วดูต่อว่าคุณอิ่มจากเมนูนั้นหรือไม่ เพราะการคุมแคลที่ยั่งยืนต้องอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน