คาปูชิโน่ vs ไมโล อะไรแคลน้อยกว่ากัน?
คาปูชิโน่
ต่อ 1 แก้ว (200ml)
ไมโล
ต่อ 1 แก้ว (250ml)
สรุป
สรุปสั้นๆ: ถ้าเป้าหมายคือคุมแคลอรี่ คาปูชิโน่ มักเป็นตัวเลือกที่เบากว่าและจัดการพลังงานต่อมื้อได้ง่ายกว่า
คาปูชิโน่ดูได้เปรียบกว่า เพราะให้แคลอรี่ต่ำกว่า 70 แคลอรี่ และยังคงโปรตีนอยู่ในระดับที่ดี
วิธีตัดสินใจแบบเร็ว
คาปูชิโน่เหมาะกว่าถ้าคุณให้ความสำคัญกับค่าที่เด่นของฝั่งนี้ เช่น แคลอรี่ต่ำกว่า
ไมโลน่าสนใจกว่าถ้าคุณชอบรสชาติ ความอิ่ม หรือสัดส่วนสารอาหารของฝั่งนี้มากกว่า
เปรียบเทียบโภชนาการ
| คาปูชิโน่ 1 แก้ว (200ml) | ไมโล 1 แก้ว (250ml) | |
|---|---|---|
| แคลอรี่ | 120 ✓ | 190 |
| โปรตีน | 6g ✓ | 5g |
| คาร์บ | 10g ✓ | 32g |
| ไขมัน | 5g | 5g |
รายละเอียด
คาปูชิโน่ให้พลังงานประมาณ 120 แคลอรี่ต่อ 1 แก้ว (200ml) พร้อมโปรตีน 6 กรัม คาร์บ 10 กรัม และไขมัน 5 กรัม ส่วน ไมโลให้ประมาณ 190 แคลอรี่ต่อ 1 แก้ว (250ml) พร้อมโปรตีน 5 กรัม คาร์บ 32 กรัม และไขมัน 5 กรัม คาปูชิโน่นำอยู่ในมุมแคลอรี่ต่างกันประมาณ 70 แคลอรี่ ซึ่งถือว่ามีนัยสำคัญพอสมควรสำหรับคนที่ต้องการคุมพลังงานต่อวัน ในด้านโปรตีน ทั้งสองเมนูไม่ได้ต่างกันมากนัก ดังนั้นแคลอรี่รวมและปริมาณไขมันจะกลายเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญกว่า ด้านคาร์บต่างกันประมาณ 22 กรัม และไขมันต่างกันประมาณ 0 กรัม ทำให้ความรู้สึกอิ่มและพลังงานรวมของมื้อมีโทนต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะถ้าคุณกินเมนูนี้บ่อยในหนึ่งสัปดาห์ ทั้งสองเมนูอยู่ในกลุ่มbeveragesเหมือนกัน จึงเป็นคู่เปรียบเทียบที่ดีสำหรับคนไทยที่กำลังชั่งใจว่าจะเลือกอะไรในร้านหรือสั่งอะไรในหนึ่งมื้อ
ไม่แน่ใจเรื่องแคลอรี่?
ใช้ GinFit เปรียบเทียบอาหารจริงของคุณจากภาพหรือมื้อที่กินจริงได้ทันที
สแกนด้วย GinFitคำถามที่พบบ่อย
คาปูชิโน่กับไมโล อะไรแคลอรี่น้อยกว่า?
คาปูชิโน่มักแคลอรี่น้อยกว่า จึงเหมาะกว่าถ้าคุณกำลังคุมพลังงานต่อมื้อ
ถ้าลดน้ำหนักควรเลือกคาปูชิโน่หรือไมโล?
ให้เริ่มจากเมนูที่แคลอรี่ต่ำกว่า แล้วดูต่อว่าคุณอิ่มจากเมนูนั้นหรือไม่ เพราะการคุมแคลที่ยั่งยืนต้องอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน