ไมโล vs โอวัลติน อะไรแคลน้อยกว่ากัน?
ไมโล
ต่อ 1 แก้ว (250ml)
โอวัลติน
ต่อ 1 แก้ว (250ml)
สรุป
สรุปสั้นๆ: ถ้าเป้าหมายคือคุมแคลอรี่ โอวัลติน มักเป็นตัวเลือกที่เบากว่าและจัดการพลังงานต่อมื้อได้ง่ายกว่า
โอวัลตินเหมาะกว่าสำหรับการคุมแคลอรี่ เพราะพลังงานต่อเสิร์ฟต่ำกว่า ไมโล อย่างเห็นได้ชัด
วิธีตัดสินใจแบบเร็ว
ไมโลเหมาะกว่าถ้าคุณให้ความสำคัญกับค่าที่เด่นของฝั่งนี้ เช่น สมดุลกว่า
โอวัลตินน่าสนใจกว่าถ้าคุณชอบรสชาติ ความอิ่ม หรือสัดส่วนสารอาหารของฝั่งนี้มากกว่า
เปรียบเทียบโภชนาการ
| ไมโล 1 แก้ว (250ml) | โอวัลติน 1 แก้ว (250ml) | |
|---|---|---|
| แคลอรี่ | 190 | 180 ✓ |
| โปรตีน | 5g | 6g ✓ |
| คาร์บ | 32g | 30g ✓ |
| ไขมัน | 5g | 4g ✓ |
รายละเอียด
ไมโลให้พลังงานประมาณ 190 แคลอรี่ต่อ 1 แก้ว (250ml) พร้อมโปรตีน 5 กรัม คาร์บ 32 กรัม และไขมัน 5 กรัม ส่วน โอวัลตินให้ประมาณ 180 แคลอรี่ต่อ 1 แก้ว (250ml) พร้อมโปรตีน 6 กรัม คาร์บ 30 กรัม และไขมัน 4 กรัม โอวัลตินนำอยู่ในมุมแคลอรี่ต่างกันประมาณ 10 แคลอรี่ ซึ่งถือว่ามีนัยสำคัญพอสมควรสำหรับคนที่ต้องการคุมพลังงานต่อวัน ในด้านโปรตีน ทั้งสองเมนูไม่ได้ต่างกันมากนัก ดังนั้นแคลอรี่รวมและปริมาณไขมันจะกลายเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญกว่า ด้านคาร์บต่างกันประมาณ 2 กรัม และไขมันต่างกันประมาณ 1 กรัม ทำให้ความรู้สึกอิ่มและพลังงานรวมของมื้อมีโทนต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะถ้าคุณกินเมนูนี้บ่อยในหนึ่งสัปดาห์ ทั้งสองเมนูอยู่ในกลุ่มbeveragesเหมือนกัน จึงเป็นคู่เปรียบเทียบที่ดีสำหรับคนไทยที่กำลังชั่งใจว่าจะเลือกอะไรในร้านหรือสั่งอะไรในหนึ่งมื้อ
ไม่แน่ใจเรื่องแคลอรี่?
ใช้ GinFit เปรียบเทียบอาหารจริงของคุณจากภาพหรือมื้อที่กินจริงได้ทันที
สแกนด้วย GinFitคำถามที่พบบ่อย
ไมโลกับโอวัลติน อะไรแคลอรี่น้อยกว่า?
โอวัลตินมักแคลอรี่น้อยกว่า จึงเหมาะกว่าถ้าคุณกำลังคุมพลังงานต่อมื้อ
ถ้าลดน้ำหนักควรเลือกไมโลหรือโอวัลติน?
ให้เริ่มจากเมนูที่แคลอรี่ต่ำกว่า แล้วดูต่อว่าคุณอิ่มจากเมนูนั้นหรือไม่ เพราะการคุมแคลที่ยั่งยืนต้องอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน