ไมโล vs น้ำอัดลม อะไรแคลน้อยกว่ากัน?
ไมโล
ต่อ 1 แก้ว (250ml)
น้ำอัดลม
ต่อ 1 กระป๋อง (330ml)
สรุป
สรุปสั้นๆ: ถ้าเป้าหมายคือคุมแคลอรี่ น้ำอัดลม มักเป็นตัวเลือกที่เบากว่าและจัดการพลังงานต่อมื้อได้ง่ายกว่า
น้ำอัดลมเหมาะกว่าสำหรับการคุมแคลอรี่ เพราะพลังงานต่อเสิร์ฟต่ำกว่า ไมโล อย่างเห็นได้ชัด
วิธีตัดสินใจแบบเร็ว
ไมโลเหมาะกว่าถ้าคุณให้ความสำคัญกับค่าที่เด่นของฝั่งนี้ เช่น โปรตีนสูงกว่า
น้ำอัดลมน่าสนใจกว่าถ้าคุณชอบรสชาติ ความอิ่ม หรือสัดส่วนสารอาหารของฝั่งนี้มากกว่า
เปรียบเทียบโภชนาการ
| ไมโล 1 แก้ว (250ml) | น้ำอัดลม 1 กระป๋อง (330ml) | |
|---|---|---|
| แคลอรี่ | 190 | 140 ✓ |
| โปรตีน | 5g ✓ | 0g |
| คาร์บ | 32g ✓ | 35g |
| ไขมัน | 5g | 0g ✓ |
รายละเอียด
ไมโลให้พลังงานประมาณ 190 แคลอรี่ต่อ 1 แก้ว (250ml) พร้อมโปรตีน 5 กรัม คาร์บ 32 กรัม และไขมัน 5 กรัม ส่วน น้ำอัดลมให้ประมาณ 140 แคลอรี่ต่อ 1 กระป๋อง (330ml) พร้อมโปรตีน 0 กรัม คาร์บ 35 กรัม และไขมัน 0 กรัม น้ำอัดลมนำอยู่ในมุมแคลอรี่ต่างกันประมาณ 50 แคลอรี่ ซึ่งถือว่ามีนัยสำคัญพอสมควรสำหรับคนที่ต้องการคุมพลังงานต่อวัน อีกจุดที่ควรดูคือโปรตีน เพราะสองเมนูนี้ต่างกันประมาณ 5 กรัม ถ้าคุณอยากอิ่มนานหรืออยากเน้นรักษามวลกล้ามเนื้อ ค่านี้มีผลต่อการตัดสินใจพอสมควร ด้านคาร์บต่างกันประมาณ 3 กรัม และไขมันต่างกันประมาณ 5 กรัม ทำให้ความรู้สึกอิ่มและพลังงานรวมของมื้อมีโทนต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะถ้าคุณกินเมนูนี้บ่อยในหนึ่งสัปดาห์ ทั้งสองเมนูอยู่ในกลุ่มbeveragesเหมือนกัน จึงเป็นคู่เปรียบเทียบที่ดีสำหรับคนไทยที่กำลังชั่งใจว่าจะเลือกอะไรในร้านหรือสั่งอะไรในหนึ่งมื้อ
ไม่แน่ใจเรื่องแคลอรี่?
ใช้ GinFit เปรียบเทียบอาหารจริงของคุณจากภาพหรือมื้อที่กินจริงได้ทันที
สแกนด้วย GinFitคำถามที่พบบ่อย
ไมโลกับน้ำอัดลม อะไรแคลอรี่น้อยกว่า?
น้ำอัดลมมักแคลอรี่น้อยกว่า จึงเหมาะกว่าถ้าคุณกำลังคุมพลังงานต่อมื้อ
ถ้าลดน้ำหนักควรเลือกไมโลหรือน้ำอัดลม?
ให้เริ่มจากเมนูที่แคลอรี่ต่ำกว่า แล้วดูต่อว่าคุณอิ่มจากเมนูนั้นหรือไม่ เพราะการคุมแคลที่ยั่งยืนต้องอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน