ขนมจีนน้ำยา vs ส้มตำ อะไรแคลน้อยกว่ากัน?
ขนมจีนน้ำยา
ต่อ 1 จาน (350g)
ส้มตำ
ต่อ 1 จาน (200g)
สรุป
สรุปสั้นๆ: ถ้าเป้าหมายคือคุมแคลอรี่ ส้มตำ มักเป็นตัวเลือกที่เบากว่าและจัดการพลังงานต่อมื้อได้ง่ายกว่า
ส้มตำเหมาะกว่าสำหรับการคุมแคลอรี่ เพราะพลังงานต่อเสิร์ฟต่ำกว่า ขนมจีนน้ำยา อย่างเห็นได้ชัด
วิธีตัดสินใจแบบเร็ว
ขนมจีนน้ำยาเหมาะกว่าถ้าคุณให้ความสำคัญกับค่าที่เด่นของฝั่งนี้ เช่น โปรตีนสูงกว่า
ส้มตำน่าสนใจกว่าถ้าคุณชอบรสชาติ ความอิ่ม หรือสัดส่วนสารอาหารของฝั่งนี้มากกว่า
เปรียบเทียบโภชนาการ
| ขนมจีนน้ำยา 1 จาน (350g) | ส้มตำ 1 จาน (200g) | |
|---|---|---|
| แคลอรี่ | 430 | 150 ✓ |
| โปรตีน | 18g ✓ | 5g |
| คาร์บ | 58g | 25g ✓ |
| ไขมัน | 13g | 4g ✓ |
| ไฟเบอร์ | 3g | 4g ✓ |
รายละเอียด
ขนมจีนน้ำยาให้พลังงานประมาณ 430 แคลอรี่ต่อ 1 จาน (350g) พร้อมโปรตีน 18 กรัม คาร์บ 58 กรัม และไขมัน 13 กรัม ส่วน ส้มตำให้ประมาณ 150 แคลอรี่ต่อ 1 จาน (200g) พร้อมโปรตีน 5 กรัม คาร์บ 25 กรัม และไขมัน 4 กรัม ส้มตำนำอยู่ในมุมแคลอรี่ต่างกันประมาณ 280 แคลอรี่ ซึ่งถือว่ามีนัยสำคัญพอสมควรสำหรับคนที่ต้องการคุมพลังงานต่อวัน อีกจุดที่ควรดูคือโปรตีน เพราะสองเมนูนี้ต่างกันประมาณ 13 กรัม ถ้าคุณอยากอิ่มนานหรืออยากเน้นรักษามวลกล้ามเนื้อ ค่านี้มีผลต่อการตัดสินใจพอสมควร ด้านคาร์บต่างกันประมาณ 33 กรัม และไขมันต่างกันประมาณ 9 กรัม ทำให้ความรู้สึกอิ่มและพลังงานรวมของมื้อมีโทนต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะถ้าคุณกินเมนูนี้บ่อยในหนึ่งสัปดาห์ ทั้งสองเมนูอยู่ในกลุ่มthai-foodเหมือนกัน จึงเป็นคู่เปรียบเทียบที่ดีสำหรับคนไทยที่กำลังชั่งใจว่าจะเลือกอะไรในร้านหรือสั่งอะไรในหนึ่งมื้อ
ไม่แน่ใจเรื่องแคลอรี่?
ใช้ GinFit เปรียบเทียบอาหารจริงของคุณจากภาพหรือมื้อที่กินจริงได้ทันที
สแกนด้วย GinFitคำถามที่พบบ่อย
ขนมจีนน้ำยากับส้มตำ อะไรแคลอรี่น้อยกว่า?
ส้มตำมักแคลอรี่น้อยกว่า จึงเหมาะกว่าถ้าคุณกำลังคุมพลังงานต่อมื้อ
ถ้าลดน้ำหนักควรเลือกขนมจีนน้ำยาหรือส้มตำ?
ให้เริ่มจากเมนูที่แคลอรี่ต่ำกว่า แล้วดูต่อว่าคุณอิ่มจากเมนูนั้นหรือไม่ เพราะการคุมแคลที่ยั่งยืนต้องอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน