ชานม vs กาแฟเย็น อะไรแคลน้อยกว่ากัน?
ชานม
ต่อ 1 แก้ว (400ml)
กาแฟเย็น
ต่อ 1 แก้ว (400ml)
สรุป
สรุปสั้นๆ: ถ้าเป้าหมายคือคุมแคลอรี่ ชานม มักเป็นตัวเลือกที่เบากว่าและจัดการพลังงานต่อมื้อได้ง่ายกว่า
ชานมเหมาะกว่าสำหรับการคุมแคลอรี่ เพราะพลังงานต่อเสิร์ฟต่ำกว่า กาแฟเย็น อย่างเห็นได้ชัด
วิธีตัดสินใจแบบเร็ว
ชานมเหมาะกว่าถ้าคุณให้ความสำคัญกับค่าที่เด่นของฝั่งนี้ เช่น แคลอรี่ต่ำกว่า
กาแฟเย็นน่าสนใจกว่าถ้าคุณชอบรสชาติ ความอิ่ม หรือสัดส่วนสารอาหารของฝั่งนี้มากกว่า
เปรียบเทียบโภชนาการ
| ชานม 1 แก้ว (400ml) | กาแฟเย็น 1 แก้ว (400ml) | |
|---|---|---|
| แคลอรี่ | 250 ✓ | 280 |
| โปรตีน | 4g | 5g ✓ |
| คาร์บ | 42g ✓ | 45g |
| ไขมัน | 8g ✓ | 10g |
รายละเอียด
ชานมให้พลังงานประมาณ 250 แคลอรี่ต่อ 1 แก้ว (400ml) พร้อมโปรตีน 4 กรัม คาร์บ 42 กรัม และไขมัน 8 กรัม ส่วน กาแฟเย็นให้ประมาณ 280 แคลอรี่ต่อ 1 แก้ว (400ml) พร้อมโปรตีน 5 กรัม คาร์บ 45 กรัม และไขมัน 10 กรัม ชานมนำอยู่ในมุมแคลอรี่ต่างกันประมาณ 30 แคลอรี่ ซึ่งถือว่ามีนัยสำคัญพอสมควรสำหรับคนที่ต้องการคุมพลังงานต่อวัน ในด้านโปรตีน ทั้งสองเมนูไม่ได้ต่างกันมากนัก ดังนั้นแคลอรี่รวมและปริมาณไขมันจะกลายเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญกว่า ด้านคาร์บต่างกันประมาณ 3 กรัม และไขมันต่างกันประมาณ 2 กรัม ทำให้ความรู้สึกอิ่มและพลังงานรวมของมื้อมีโทนต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะถ้าคุณกินเมนูนี้บ่อยในหนึ่งสัปดาห์ ทั้งสองเมนูอยู่ในกลุ่มbeveragesเหมือนกัน จึงเป็นคู่เปรียบเทียบที่ดีสำหรับคนไทยที่กำลังชั่งใจว่าจะเลือกอะไรในร้านหรือสั่งอะไรในหนึ่งมื้อ
ไม่แน่ใจเรื่องแคลอรี่?
ใช้ GinFit เปรียบเทียบอาหารจริงของคุณจากภาพหรือมื้อที่กินจริงได้ทันที
สแกนด้วย GinFitคำถามที่พบบ่อย
ชานมกับกาแฟเย็น อะไรแคลอรี่น้อยกว่า?
ชานมมักแคลอรี่น้อยกว่า จึงเหมาะกว่าถ้าคุณกำลังคุมพลังงานต่อมื้อ
ถ้าลดน้ำหนักควรเลือกชานมหรือกาแฟเย็น?
ให้เริ่มจากเมนูที่แคลอรี่ต่ำกว่า แล้วดูต่อว่าคุณอิ่มจากเมนูนั้นหรือไม่ เพราะการคุมแคลที่ยั่งยืนต้องอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน