คาปูชิโน่ vs น้ำมะพร้าว อะไรแคลน้อยกว่ากัน?
คาปูชิโน่
ต่อ 1 แก้ว (200ml)
น้ำมะพร้าว
ต่อ 1 ลูก (250ml)
สรุป
สรุปสั้นๆ: ถ้าเป้าหมายคือคุมแคลอรี่ น้ำมะพร้าว มักเป็นตัวเลือกที่เบากว่าและจัดการพลังงานต่อมื้อได้ง่ายกว่า
น้ำมะพร้าวเหมาะกว่าสำหรับการคุมแคลอรี่ เพราะพลังงานต่อเสิร์ฟต่ำกว่า คาปูชิโน่ อย่างเห็นได้ชัด
วิธีตัดสินใจแบบเร็ว
คาปูชิโน่เหมาะกว่าถ้าคุณให้ความสำคัญกับค่าที่เด่นของฝั่งนี้ เช่น โปรตีนสูงกว่า
น้ำมะพร้าวน่าสนใจกว่าถ้าคุณชอบรสชาติ ความอิ่ม หรือสัดส่วนสารอาหารของฝั่งนี้มากกว่า
เปรียบเทียบโภชนาการ
| คาปูชิโน่ 1 แก้ว (200ml) | น้ำมะพร้าว 1 ลูก (250ml) | |
|---|---|---|
| แคลอรี่ | 120 | 45 ✓ |
| โปรตีน | 6g ✓ | 1g |
| คาร์บ | 10g | 10g |
| ไขมัน | 5g | 0g ✓ |
รายละเอียด
คาปูชิโน่ให้พลังงานประมาณ 120 แคลอรี่ต่อ 1 แก้ว (200ml) พร้อมโปรตีน 6 กรัม คาร์บ 10 กรัม และไขมัน 5 กรัม ส่วน น้ำมะพร้าวให้ประมาณ 45 แคลอรี่ต่อ 1 ลูก (250ml) พร้อมโปรตีน 1 กรัม คาร์บ 10 กรัม และไขมัน 0 กรัม น้ำมะพร้าวนำอยู่ในมุมแคลอรี่ต่างกันประมาณ 75 แคลอรี่ ซึ่งถือว่ามีนัยสำคัญพอสมควรสำหรับคนที่ต้องการคุมพลังงานต่อวัน อีกจุดที่ควรดูคือโปรตีน เพราะสองเมนูนี้ต่างกันประมาณ 5 กรัม ถ้าคุณอยากอิ่มนานหรืออยากเน้นรักษามวลกล้ามเนื้อ ค่านี้มีผลต่อการตัดสินใจพอสมควร ด้านคาร์บต่างกันประมาณ 0 กรัม และไขมันต่างกันประมาณ 5 กรัม ทำให้ความรู้สึกอิ่มและพลังงานรวมของมื้อมีโทนต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะถ้าคุณกินเมนูนี้บ่อยในหนึ่งสัปดาห์ ทั้งสองเมนูอยู่ในกลุ่มbeveragesเหมือนกัน จึงเป็นคู่เปรียบเทียบที่ดีสำหรับคนไทยที่กำลังชั่งใจว่าจะเลือกอะไรในร้านหรือสั่งอะไรในหนึ่งมื้อ
ไม่แน่ใจเรื่องแคลอรี่?
ใช้ GinFit เปรียบเทียบอาหารจริงของคุณจากภาพหรือมื้อที่กินจริงได้ทันที
สแกนด้วย GinFitคำถามที่พบบ่อย
คาปูชิโน่กับน้ำมะพร้าว อะไรแคลอรี่น้อยกว่า?
น้ำมะพร้าวมักแคลอรี่น้อยกว่า จึงเหมาะกว่าถ้าคุณกำลังคุมพลังงานต่อมื้อ
ถ้าลดน้ำหนักควรเลือกคาปูชิโน่หรือน้ำมะพร้าว?
ให้เริ่มจากเมนูที่แคลอรี่ต่ำกว่า แล้วดูต่อว่าคุณอิ่มจากเมนูนั้นหรือไม่ เพราะการคุมแคลที่ยั่งยืนต้องอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน