ต้มยำกุ้ง vs เย็นตาโฟ อะไรแคลน้อยกว่ากัน?
ต้มยำกุ้ง
ต่อ 1 ชาม (300ml)
เย็นตาโฟ
ต่อ 1 ชาม (420g)
สรุป
สรุปสั้นๆ: ถ้าเป้าหมายคือคุมแคลอรี่ ต้มยำกุ้ง มักเป็นตัวเลือกที่เบากว่าและจัดการพลังงานต่อมื้อได้ง่ายกว่า
ต้มยำกุ้งดูได้เปรียบกว่า เพราะให้แคลอรี่ต่ำกว่า 200 แคลอรี่ และยังคงโปรตีนอยู่ในระดับที่ดี
วิธีตัดสินใจแบบเร็ว
ต้มยำกุ้งเหมาะกว่าถ้าคุณให้ความสำคัญกับค่าที่เด่นของฝั่งนี้ เช่น แคลอรี่ต่ำกว่า
เย็นตาโฟน่าสนใจกว่าถ้าคุณชอบรสชาติ ความอิ่ม หรือสัดส่วนสารอาหารของฝั่งนี้มากกว่า
เปรียบเทียบโภชนาการ
| ต้มยำกุ้ง 1 ชาม (300ml) | เย็นตาโฟ 1 ชาม (420g) | |
|---|---|---|
| แคลอรี่ | 180 ✓ | 380 |
| โปรตีน | 20g ✓ | 18g |
| คาร์บ | 8g ✓ | 52g |
| ไขมัน | 8g ✓ | 11g |
| ไฟเบอร์ | 1g | 2g ✓ |
รายละเอียด
ต้มยำกุ้งให้พลังงานประมาณ 180 แคลอรี่ต่อ 1 ชาม (300ml) พร้อมโปรตีน 20 กรัม คาร์บ 8 กรัม และไขมัน 8 กรัม ส่วน เย็นตาโฟให้ประมาณ 380 แคลอรี่ต่อ 1 ชาม (420g) พร้อมโปรตีน 18 กรัม คาร์บ 52 กรัม และไขมัน 11 กรัม ต้มยำกุ้งนำอยู่ในมุมแคลอรี่ต่างกันประมาณ 200 แคลอรี่ ซึ่งถือว่ามีนัยสำคัญพอสมควรสำหรับคนที่ต้องการคุมพลังงานต่อวัน ในด้านโปรตีน ทั้งสองเมนูไม่ได้ต่างกันมากนัก ดังนั้นแคลอรี่รวมและปริมาณไขมันจะกลายเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญกว่า ด้านคาร์บต่างกันประมาณ 44 กรัม และไขมันต่างกันประมาณ 3 กรัม ทำให้ความรู้สึกอิ่มและพลังงานรวมของมื้อมีโทนต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะถ้าคุณกินเมนูนี้บ่อยในหนึ่งสัปดาห์ ทั้งสองเมนูอยู่ในกลุ่มsoupsเหมือนกัน จึงเป็นคู่เปรียบเทียบที่ดีสำหรับคนไทยที่กำลังชั่งใจว่าจะเลือกอะไรในร้านหรือสั่งอะไรในหนึ่งมื้อ
ไม่แน่ใจเรื่องแคลอรี่?
ใช้ GinFit เปรียบเทียบอาหารจริงของคุณจากภาพหรือมื้อที่กินจริงได้ทันที
สแกนด้วย GinFitคำถามที่พบบ่อย
ต้มยำกุ้งกับเย็นตาโฟ อะไรแคลอรี่น้อยกว่า?
ต้มยำกุ้งมักแคลอรี่น้อยกว่า จึงเหมาะกว่าถ้าคุณกำลังคุมพลังงานต่อมื้อ
ถ้าลดน้ำหนักควรเลือกต้มยำกุ้งหรือเย็นตาโฟ?
ให้เริ่มจากเมนูที่แคลอรี่ต่ำกว่า แล้วดูต่อว่าคุณอิ่มจากเมนูนั้นหรือไม่ เพราะการคุมแคลที่ยั่งยืนต้องอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน