ลาเต้ vs ต้มยำกุ้ง อะไรแคลน้อยกว่ากัน?

🏆 ลาเต้ - แคลอรี่ต่ำกว่า
อาหารไทย
🍽️
🏆 ผู้ชนะ

ลาเต้

ต่อ 1 แก้ว (350ml)

150
แคลอรี่
🥗

ต้มยำกุ้ง

ต่อ 1 ชาม (300ml)

180
แคลอรี่

สรุป

สรุปสั้นๆ: ถ้าเป้าหมายคือคุมแคลอรี่ ลาเต้ มักเป็นตัวเลือกที่เบากว่าและจัดการพลังงานต่อมื้อได้ง่ายกว่า

ลาเต้เหมาะกว่าสำหรับการคุมแคลอรี่ เพราะพลังงานต่อเสิร์ฟต่ำกว่า ต้มยำกุ้ง อย่างเห็นได้ชัด

วิธีตัดสินใจแบบเร็ว

🍽️
เลือกฝั่งนี้ถ้า...
ลาเต้

ลาเต้เหมาะกว่าถ้าคุณให้ความสำคัญกับค่าที่เด่นของฝั่งนี้ เช่น แคลอรี่ต่ำกว่า

🥗
อีกฝั่งเหมาะถ้า...
ต้มยำกุ้ง

ต้มยำกุ้งน่าสนใจกว่าถ้าคุณชอบรสชาติ ความอิ่ม หรือสัดส่วนสารอาหารของฝั่งนี้มากกว่า

เปรียบเทียบโภชนาการ

 ลาเต้
1 แก้ว (350ml)
ต้มยำกุ้ง
1 ชาม (300ml)
แคลอรี่150180
โปรตีน8g20g
คาร์บ15g8g
ไขมัน6g8g

รายละเอียด

ลาเต้ให้พลังงานประมาณ 150 แคลอรี่ต่อ 1 แก้ว (350ml) พร้อมโปรตีน 8 กรัม คาร์บ 15 กรัม และไขมัน 6 กรัม ส่วน ต้มยำกุ้งให้ประมาณ 180 แคลอรี่ต่อ 1 ชาม (300ml) พร้อมโปรตีน 20 กรัม คาร์บ 8 กรัม และไขมัน 8 กรัม ลาเต้นำอยู่ในมุมแคลอรี่ต่างกันประมาณ 30 แคลอรี่ ซึ่งถือว่ามีนัยสำคัญพอสมควรสำหรับคนที่ต้องการคุมพลังงานต่อวัน อีกจุดที่ควรดูคือโปรตีน เพราะสองเมนูนี้ต่างกันประมาณ 12 กรัม ถ้าคุณอยากอิ่มนานหรืออยากเน้นรักษามวลกล้ามเนื้อ ค่านี้มีผลต่อการตัดสินใจพอสมควร ด้านคาร์บต่างกันประมาณ 7 กรัม และไขมันต่างกันประมาณ 2 กรัม ทำให้ความรู้สึกอิ่มและพลังงานรวมของมื้อมีโทนต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะถ้าคุณกินเมนูนี้บ่อยในหนึ่งสัปดาห์ แม้ทั้งสองเมนูจะไม่ได้อยู่ในหมวดเดียวกันทั้งหมด แต่ก็เป็นคู่ที่คนไทยมักนำมาเปรียบเทียบเมื่ออยากหาเมนูที่เบากว่า อิ่มกว่า หรือเหมาะกับเป้าหมายสุขภาพมากกว่า

ไม่แน่ใจเรื่องแคลอรี่?

ใช้ GinFit เปรียบเทียบอาหารจริงของคุณจากภาพหรือมื้อที่กินจริงได้ทันที

สแกนด้วย GinFit

คำถามที่พบบ่อย

ลาเต้กับต้มยำกุ้ง อะไรแคลอรี่น้อยกว่า?

ลาเต้มักแคลอรี่น้อยกว่า จึงเหมาะกว่าถ้าคุณกำลังคุมพลังงานต่อมื้อ

ถ้าลดน้ำหนักควรเลือกลาเต้หรือต้มยำกุ้ง?

ให้เริ่มจากเมนูที่แคลอรี่ต่ำกว่า แล้วดูต่อว่าคุณอิ่มจากเมนูนั้นหรือไม่ เพราะการคุมแคลที่ยั่งยืนต้องอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน

เปรียบเทียบอื่นๆ

เปรียบเทียบอาหารอื่นๆ

ค้นหาการเปรียบเทียบแคลอรี่ของอาหารที่คุณชอบ

ดูทั้งหมด