ลาเต้ vs โอวัลติน อะไรแคลน้อยกว่ากัน?
ลาเต้
ต่อ 1 แก้ว (350ml)
โอวัลติน
ต่อ 1 แก้ว (250ml)
สรุป
สรุปสั้นๆ: ถ้าเป้าหมายคือคุมแคลอรี่ ลาเต้ มักเป็นตัวเลือกที่เบากว่าและจัดการพลังงานต่อมื้อได้ง่ายกว่า
ลาเต้เหมาะกว่าสำหรับการคุมแคลอรี่ เพราะพลังงานต่อเสิร์ฟต่ำกว่า โอวัลติน อย่างเห็นได้ชัด
วิธีตัดสินใจแบบเร็ว
ลาเต้เหมาะกว่าถ้าคุณให้ความสำคัญกับค่าที่เด่นของฝั่งนี้ เช่น แคลอรี่ต่ำกว่า
โอวัลตินน่าสนใจกว่าถ้าคุณชอบรสชาติ ความอิ่ม หรือสัดส่วนสารอาหารของฝั่งนี้มากกว่า
เปรียบเทียบโภชนาการ
| ลาเต้ 1 แก้ว (350ml) | โอวัลติน 1 แก้ว (250ml) | |
|---|---|---|
| แคลอรี่ | 150 ✓ | 180 |
| โปรตีน | 8g ✓ | 6g |
| คาร์บ | 15g ✓ | 30g |
| ไขมัน | 6g | 4g ✓ |
รายละเอียด
ลาเต้ให้พลังงานประมาณ 150 แคลอรี่ต่อ 1 แก้ว (350ml) พร้อมโปรตีน 8 กรัม คาร์บ 15 กรัม และไขมัน 6 กรัม ส่วน โอวัลตินให้ประมาณ 180 แคลอรี่ต่อ 1 แก้ว (250ml) พร้อมโปรตีน 6 กรัม คาร์บ 30 กรัม และไขมัน 4 กรัม ลาเต้นำอยู่ในมุมแคลอรี่ต่างกันประมาณ 30 แคลอรี่ ซึ่งถือว่ามีนัยสำคัญพอสมควรสำหรับคนที่ต้องการคุมพลังงานต่อวัน ในด้านโปรตีน ทั้งสองเมนูไม่ได้ต่างกันมากนัก ดังนั้นแคลอรี่รวมและปริมาณไขมันจะกลายเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญกว่า ด้านคาร์บต่างกันประมาณ 15 กรัม และไขมันต่างกันประมาณ 2 กรัม ทำให้ความรู้สึกอิ่มและพลังงานรวมของมื้อมีโทนต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะถ้าคุณกินเมนูนี้บ่อยในหนึ่งสัปดาห์ ทั้งสองเมนูอยู่ในกลุ่มbeveragesเหมือนกัน จึงเป็นคู่เปรียบเทียบที่ดีสำหรับคนไทยที่กำลังชั่งใจว่าจะเลือกอะไรในร้านหรือสั่งอะไรในหนึ่งมื้อ
ไม่แน่ใจเรื่องแคลอรี่?
ใช้ GinFit เปรียบเทียบอาหารจริงของคุณจากภาพหรือมื้อที่กินจริงได้ทันที
สแกนด้วย GinFitคำถามที่พบบ่อย
ลาเต้กับโอวัลติน อะไรแคลอรี่น้อยกว่า?
ลาเต้มักแคลอรี่น้อยกว่า จึงเหมาะกว่าถ้าคุณกำลังคุมพลังงานต่อมื้อ
ถ้าลดน้ำหนักควรเลือกลาเต้หรือโอวัลติน?
ให้เริ่มจากเมนูที่แคลอรี่ต่ำกว่า แล้วดูต่อว่าคุณอิ่มจากเมนูนั้นหรือไม่ เพราะการคุมแคลที่ยั่งยืนต้องอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน