ลาเต้ vs โอวัลติน อะไรแคลน้อยกว่ากัน?

🏆 ลาเต้ - แคลอรี่ต่ำกว่า
เครื่องดื่มอาหารไทย
🥤
🏆 ผู้ชนะ

ลาเต้

ต่อ 1 แก้ว (350ml)

150
แคลอรี่
🥤

โอวัลติน

ต่อ 1 แก้ว (250ml)

180
แคลอรี่

สรุป

สรุปสั้นๆ: ถ้าเป้าหมายคือคุมแคลอรี่ ลาเต้ มักเป็นตัวเลือกที่เบากว่าและจัดการพลังงานต่อมื้อได้ง่ายกว่า

ลาเต้เหมาะกว่าสำหรับการคุมแคลอรี่ เพราะพลังงานต่อเสิร์ฟต่ำกว่า โอวัลติน อย่างเห็นได้ชัด

วิธีตัดสินใจแบบเร็ว

🥤
เลือกฝั่งนี้ถ้า...
ลาเต้

ลาเต้เหมาะกว่าถ้าคุณให้ความสำคัญกับค่าที่เด่นของฝั่งนี้ เช่น แคลอรี่ต่ำกว่า

🥤
อีกฝั่งเหมาะถ้า...
โอวัลติน

โอวัลตินน่าสนใจกว่าถ้าคุณชอบรสชาติ ความอิ่ม หรือสัดส่วนสารอาหารของฝั่งนี้มากกว่า

เปรียบเทียบโภชนาการ

 ลาเต้
1 แก้ว (350ml)
โอวัลติน
1 แก้ว (250ml)
แคลอรี่150180
โปรตีน8g6g
คาร์บ15g30g
ไขมัน6g4g

รายละเอียด

ลาเต้ให้พลังงานประมาณ 150 แคลอรี่ต่อ 1 แก้ว (350ml) พร้อมโปรตีน 8 กรัม คาร์บ 15 กรัม และไขมัน 6 กรัม ส่วน โอวัลตินให้ประมาณ 180 แคลอรี่ต่อ 1 แก้ว (250ml) พร้อมโปรตีน 6 กรัม คาร์บ 30 กรัม และไขมัน 4 กรัม ลาเต้นำอยู่ในมุมแคลอรี่ต่างกันประมาณ 30 แคลอรี่ ซึ่งถือว่ามีนัยสำคัญพอสมควรสำหรับคนที่ต้องการคุมพลังงานต่อวัน ในด้านโปรตีน ทั้งสองเมนูไม่ได้ต่างกันมากนัก ดังนั้นแคลอรี่รวมและปริมาณไขมันจะกลายเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญกว่า ด้านคาร์บต่างกันประมาณ 15 กรัม และไขมันต่างกันประมาณ 2 กรัม ทำให้ความรู้สึกอิ่มและพลังงานรวมของมื้อมีโทนต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะถ้าคุณกินเมนูนี้บ่อยในหนึ่งสัปดาห์ ทั้งสองเมนูอยู่ในกลุ่มbeveragesเหมือนกัน จึงเป็นคู่เปรียบเทียบที่ดีสำหรับคนไทยที่กำลังชั่งใจว่าจะเลือกอะไรในร้านหรือสั่งอะไรในหนึ่งมื้อ

ไม่แน่ใจเรื่องแคลอรี่?

ใช้ GinFit เปรียบเทียบอาหารจริงของคุณจากภาพหรือมื้อที่กินจริงได้ทันที

สแกนด้วย GinFit

คำถามที่พบบ่อย

ลาเต้กับโอวัลติน อะไรแคลอรี่น้อยกว่า?

ลาเต้มักแคลอรี่น้อยกว่า จึงเหมาะกว่าถ้าคุณกำลังคุมพลังงานต่อมื้อ

ถ้าลดน้ำหนักควรเลือกลาเต้หรือโอวัลติน?

ให้เริ่มจากเมนูที่แคลอรี่ต่ำกว่า แล้วดูต่อว่าคุณอิ่มจากเมนูนั้นหรือไม่ เพราะการคุมแคลที่ยั่งยืนต้องอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน

เปรียบเทียบอื่นๆ

เปรียบเทียบอาหารอื่นๆ

ค้นหาการเปรียบเทียบแคลอรี่ของอาหารที่คุณชอบ

ดูทั้งหมด