ข้าวต้ม vs ต้มยำกุ้ง อะไรแคลน้อยกว่ากัน?
ข้าวต้ม
ต่อ 1 ชาม (300g)
ต้มยำกุ้ง
ต่อ 1 ชาม (300ml)
สรุป
สรุปสั้นๆ: ถ้าเป้าหมายคือคุมแคลอรี่ ต้มยำกุ้ง มักเป็นตัวเลือกที่เบากว่าและจัดการพลังงานต่อมื้อได้ง่ายกว่า
ต้มยำกุ้งดูได้เปรียบกว่า เพราะให้แคลอรี่ต่ำกว่า 100 แคลอรี่ และยังคงโปรตีนอยู่ในระดับที่ดี
วิธีตัดสินใจแบบเร็ว
ข้าวต้มเหมาะกว่าถ้าคุณให้ความสำคัญกับค่าที่เด่นของฝั่งนี้ เช่น สมดุลกว่า
ต้มยำกุ้งน่าสนใจกว่าถ้าคุณชอบรสชาติ ความอิ่ม หรือสัดส่วนสารอาหารของฝั่งนี้มากกว่า
เปรียบเทียบโภชนาการ
| ข้าวต้ม 1 ชาม (300g) | ต้มยำกุ้ง 1 ชาม (300ml) | |
|---|---|---|
| แคลอรี่ | 280 | 180 ✓ |
| โปรตีน | 18g | 20g ✓ |
| คาร์บ | 35g | 8g ✓ |
| ไขมัน | 8g | 8g |
รายละเอียด
ข้าวต้มให้พลังงานประมาณ 280 แคลอรี่ต่อ 1 ชาม (300g) พร้อมโปรตีน 18 กรัม คาร์บ 35 กรัม และไขมัน 8 กรัม ส่วน ต้มยำกุ้งให้ประมาณ 180 แคลอรี่ต่อ 1 ชาม (300ml) พร้อมโปรตีน 20 กรัม คาร์บ 8 กรัม และไขมัน 8 กรัม ต้มยำกุ้งนำอยู่ในมุมแคลอรี่ต่างกันประมาณ 100 แคลอรี่ ซึ่งถือว่ามีนัยสำคัญพอสมควรสำหรับคนที่ต้องการคุมพลังงานต่อวัน ในด้านโปรตีน ทั้งสองเมนูไม่ได้ต่างกันมากนัก ดังนั้นแคลอรี่รวมและปริมาณไขมันจะกลายเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญกว่า ด้านคาร์บต่างกันประมาณ 27 กรัม และไขมันต่างกันประมาณ 0 กรัม ทำให้ความรู้สึกอิ่มและพลังงานรวมของมื้อมีโทนต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะถ้าคุณกินเมนูนี้บ่อยในหนึ่งสัปดาห์ ทั้งสองเมนูอยู่ในกลุ่มthai-food, soupsเหมือนกัน จึงเป็นคู่เปรียบเทียบที่ดีสำหรับคนไทยที่กำลังชั่งใจว่าจะเลือกอะไรในร้านหรือสั่งอะไรในหนึ่งมื้อ
ไม่แน่ใจเรื่องแคลอรี่?
ใช้ GinFit เปรียบเทียบอาหารจริงของคุณจากภาพหรือมื้อที่กินจริงได้ทันที
สแกนด้วย GinFitคำถามที่พบบ่อย
ข้าวต้มกับต้มยำกุ้ง อะไรแคลอรี่น้อยกว่า?
ต้มยำกุ้งมักแคลอรี่น้อยกว่า จึงเหมาะกว่าถ้าคุณกำลังคุมพลังงานต่อมื้อ
ถ้าลดน้ำหนักควรเลือกข้าวต้มหรือต้มยำกุ้ง?
ให้เริ่มจากเมนูที่แคลอรี่ต่ำกว่า แล้วดูต่อว่าคุณอิ่มจากเมนูนั้นหรือไม่ เพราะการคุมแคลที่ยั่งยืนต้องอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน