ขนมจีนน้ำเงี้ยว vs เย็นตาโฟ อะไรแคลน้อยกว่ากัน?
ขนมจีนน้ำเงี้ยว
ต่อ 1 จาน (360g)
เย็นตาโฟ
ต่อ 1 ชาม (420g)
สรุป
สรุปสั้นๆ: ถ้าเป้าหมายคือคุมแคลอรี่ เย็นตาโฟ มักเป็นตัวเลือกที่เบากว่าและจัดการพลังงานต่อมื้อได้ง่ายกว่า
เย็นตาโฟเหมาะกว่าสำหรับการคุมแคลอรี่ เพราะพลังงานต่อเสิร์ฟต่ำกว่า ขนมจีนน้ำเงี้ยว อย่างเห็นได้ชัด
วิธีตัดสินใจแบบเร็ว
ขนมจีนน้ำเงี้ยวเหมาะกว่าถ้าคุณให้ความสำคัญกับค่าที่เด่นของฝั่งนี้ เช่น โปรตีนสูงกว่า
เย็นตาโฟน่าสนใจกว่าถ้าคุณชอบรสชาติ ความอิ่ม หรือสัดส่วนสารอาหารของฝั่งนี้มากกว่า
เปรียบเทียบโภชนาการ
| ขนมจีนน้ำเงี้ยว 1 จาน (360g) | เย็นตาโฟ 1 ชาม (420g) | |
|---|---|---|
| แคลอรี่ | 410 | 380 ✓ |
| โปรตีน | 20g ✓ | 18g |
| คาร์บ | 54g | 52g ✓ |
| ไขมัน | 12g | 11g ✓ |
| ไฟเบอร์ | 3g ✓ | 2g |
รายละเอียด
ขนมจีนน้ำเงี้ยวให้พลังงานประมาณ 410 แคลอรี่ต่อ 1 จาน (360g) พร้อมโปรตีน 20 กรัม คาร์บ 54 กรัม และไขมัน 12 กรัม ส่วน เย็นตาโฟให้ประมาณ 380 แคลอรี่ต่อ 1 ชาม (420g) พร้อมโปรตีน 18 กรัม คาร์บ 52 กรัม และไขมัน 11 กรัม เย็นตาโฟนำอยู่ในมุมแคลอรี่ต่างกันประมาณ 30 แคลอรี่ ซึ่งถือว่ามีนัยสำคัญพอสมควรสำหรับคนที่ต้องการคุมพลังงานต่อวัน ในด้านโปรตีน ทั้งสองเมนูไม่ได้ต่างกันมากนัก ดังนั้นแคลอรี่รวมและปริมาณไขมันจะกลายเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญกว่า ด้านคาร์บต่างกันประมาณ 2 กรัม และไขมันต่างกันประมาณ 1 กรัม ทำให้ความรู้สึกอิ่มและพลังงานรวมของมื้อมีโทนต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะถ้าคุณกินเมนูนี้บ่อยในหนึ่งสัปดาห์ ทั้งสองเมนูอยู่ในกลุ่มnoodlesเหมือนกัน จึงเป็นคู่เปรียบเทียบที่ดีสำหรับคนไทยที่กำลังชั่งใจว่าจะเลือกอะไรในร้านหรือสั่งอะไรในหนึ่งมื้อ
ไม่แน่ใจเรื่องแคลอรี่?
ใช้ GinFit เปรียบเทียบอาหารจริงของคุณจากภาพหรือมื้อที่กินจริงได้ทันที
สแกนด้วย GinFitคำถามที่พบบ่อย
ขนมจีนน้ำเงี้ยวกับเย็นตาโฟ อะไรแคลอรี่น้อยกว่า?
เย็นตาโฟมักแคลอรี่น้อยกว่า จึงเหมาะกว่าถ้าคุณกำลังคุมพลังงานต่อมื้อ
ถ้าลดน้ำหนักควรเลือกขนมจีนน้ำเงี้ยวหรือเย็นตาโฟ?
ให้เริ่มจากเมนูที่แคลอรี่ต่ำกว่า แล้วดูต่อว่าคุณอิ่มจากเมนูนั้นหรือไม่ เพราะการคุมแคลที่ยั่งยืนต้องอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน