แกงเขียวหวาน vs ต้มยำกุ้ง อะไรแคลน้อยกว่ากัน?
แกงเขียวหวาน
ต่อ 1 ชาม (250g)
ต้มยำกุ้ง
ต่อ 1 ชาม (300ml)
สรุป
สรุปสั้นๆ: ถ้าเป้าหมายคือคุมแคลอรี่ ต้มยำกุ้ง มักเป็นตัวเลือกที่เบากว่าและจัดการพลังงานต่อมื้อได้ง่ายกว่า
ต้มยำกุ้งเหมาะกว่าสำหรับการคุมแคลอรี่ เพราะพลังงานต่อเสิร์ฟต่ำกว่า แกงเขียวหวาน อย่างเห็นได้ชัด
วิธีตัดสินใจแบบเร็ว
แกงเขียวหวานเหมาะกว่าถ้าคุณให้ความสำคัญกับค่าที่เด่นของฝั่งนี้ เช่น โปรตีนสูงกว่า
ต้มยำกุ้งน่าสนใจกว่าถ้าคุณชอบรสชาติ ความอิ่ม หรือสัดส่วนสารอาหารของฝั่งนี้มากกว่า
เปรียบเทียบโภชนาการ
| แกงเขียวหวาน 1 ชาม (250g) | ต้มยำกุ้ง 1 ชาม (300ml) | |
|---|---|---|
| แคลอรี่ | 380 | 180 ✓ |
| โปรตีน | 22g ✓ | 20g |
| คาร์บ | 12g | 8g ✓ |
| ไขมัน | 28g | 8g ✓ |
รายละเอียด
แกงเขียวหวานให้พลังงานประมาณ 380 แคลอรี่ต่อ 1 ชาม (250g) พร้อมโปรตีน 22 กรัม คาร์บ 12 กรัม และไขมัน 28 กรัม ส่วน ต้มยำกุ้งให้ประมาณ 180 แคลอรี่ต่อ 1 ชาม (300ml) พร้อมโปรตีน 20 กรัม คาร์บ 8 กรัม และไขมัน 8 กรัม ต้มยำกุ้งนำอยู่ในมุมแคลอรี่ต่างกันประมาณ 200 แคลอรี่ ซึ่งถือว่ามีนัยสำคัญพอสมควรสำหรับคนที่ต้องการคุมพลังงานต่อวัน ในด้านโปรตีน ทั้งสองเมนูไม่ได้ต่างกันมากนัก ดังนั้นแคลอรี่รวมและปริมาณไขมันจะกลายเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญกว่า ด้านคาร์บต่างกันประมาณ 4 กรัม และไขมันต่างกันประมาณ 20 กรัม ทำให้ความรู้สึกอิ่มและพลังงานรวมของมื้อมีโทนต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะถ้าคุณกินเมนูนี้บ่อยในหนึ่งสัปดาห์ ทั้งสองเมนูอยู่ในกลุ่มthai-foodเหมือนกัน จึงเป็นคู่เปรียบเทียบที่ดีสำหรับคนไทยที่กำลังชั่งใจว่าจะเลือกอะไรในร้านหรือสั่งอะไรในหนึ่งมื้อ
ไม่แน่ใจเรื่องแคลอรี่?
ใช้ GinFit เปรียบเทียบอาหารจริงของคุณจากภาพหรือมื้อที่กินจริงได้ทันที
สแกนด้วย GinFitคำถามที่พบบ่อย
แกงเขียวหวานกับต้มยำกุ้ง อะไรแคลอรี่น้อยกว่า?
ต้มยำกุ้งมักแคลอรี่น้อยกว่า จึงเหมาะกว่าถ้าคุณกำลังคุมพลังงานต่อมื้อ
ถ้าลดน้ำหนักควรเลือกแกงเขียวหวานหรือต้มยำกุ้ง?
ให้เริ่มจากเมนูที่แคลอรี่ต่ำกว่า แล้วดูต่อว่าคุณอิ่มจากเมนูนั้นหรือไม่ เพราะการคุมแคลที่ยั่งยืนต้องอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน