ชานม vs ข้าวต้ม อะไรแคลน้อยกว่ากัน?
ชานม
ต่อ 1 แก้ว (400ml)
ข้าวต้ม
ต่อ 1 ชาม (300g)
สรุป
สรุปสั้นๆ: ถ้าเป้าหมายคือคุมแคลอรี่ ชานม มักเป็นตัวเลือกที่เบากว่าและจัดการพลังงานต่อมื้อได้ง่ายกว่า
ชานมเหมาะกว่าสำหรับการคุมแคลอรี่ เพราะพลังงานต่อเสิร์ฟต่ำกว่า ข้าวต้ม อย่างเห็นได้ชัด
วิธีตัดสินใจแบบเร็ว
ชานมเหมาะกว่าถ้าคุณให้ความสำคัญกับค่าที่เด่นของฝั่งนี้ เช่น แคลอรี่ต่ำกว่า
ข้าวต้มน่าสนใจกว่าถ้าคุณชอบรสชาติ ความอิ่ม หรือสัดส่วนสารอาหารของฝั่งนี้มากกว่า
เปรียบเทียบโภชนาการ
| ชานม 1 แก้ว (400ml) | ข้าวต้ม 1 ชาม (300g) | |
|---|---|---|
| แคลอรี่ | 250 ✓ | 280 |
| โปรตีน | 4g | 18g ✓ |
| คาร์บ | 42g | 35g ✓ |
| ไขมัน | 8g | 8g |
รายละเอียด
ชานมให้พลังงานประมาณ 250 แคลอรี่ต่อ 1 แก้ว (400ml) พร้อมโปรตีน 4 กรัม คาร์บ 42 กรัม และไขมัน 8 กรัม ส่วน ข้าวต้มให้ประมาณ 280 แคลอรี่ต่อ 1 ชาม (300g) พร้อมโปรตีน 18 กรัม คาร์บ 35 กรัม และไขมัน 8 กรัม ชานมนำอยู่ในมุมแคลอรี่ต่างกันประมาณ 30 แคลอรี่ ซึ่งถือว่ามีนัยสำคัญพอสมควรสำหรับคนที่ต้องการคุมพลังงานต่อวัน อีกจุดที่ควรดูคือโปรตีน เพราะสองเมนูนี้ต่างกันประมาณ 14 กรัม ถ้าคุณอยากอิ่มนานหรืออยากเน้นรักษามวลกล้ามเนื้อ ค่านี้มีผลต่อการตัดสินใจพอสมควร ด้านคาร์บต่างกันประมาณ 7 กรัม และไขมันต่างกันประมาณ 0 กรัม ทำให้ความรู้สึกอิ่มและพลังงานรวมของมื้อมีโทนต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะถ้าคุณกินเมนูนี้บ่อยในหนึ่งสัปดาห์ แม้ทั้งสองเมนูจะไม่ได้อยู่ในหมวดเดียวกันทั้งหมด แต่ก็เป็นคู่ที่คนไทยมักนำมาเปรียบเทียบเมื่ออยากหาเมนูที่เบากว่า อิ่มกว่า หรือเหมาะกับเป้าหมายสุขภาพมากกว่า
ไม่แน่ใจเรื่องแคลอรี่?
ใช้ GinFit เปรียบเทียบอาหารจริงของคุณจากภาพหรือมื้อที่กินจริงได้ทันที
สแกนด้วย GinFitคำถามที่พบบ่อย
ชานมกับข้าวต้ม อะไรแคลอรี่น้อยกว่า?
ชานมมักแคลอรี่น้อยกว่า จึงเหมาะกว่าถ้าคุณกำลังคุมพลังงานต่อมื้อ
ถ้าลดน้ำหนักควรเลือกชานมหรือข้าวต้ม?
ให้เริ่มจากเมนูที่แคลอรี่ต่ำกว่า แล้วดูต่อว่าคุณอิ่มจากเมนูนั้นหรือไม่ เพราะการคุมแคลที่ยั่งยืนต้องอยู่ได้จริงในชีวิตประจำวัน